*** บทความดังต่อไปนี้ เป็นมุมมองส่วนบุคคล ผู้ศึกษาควรใช้วิจารณญาณในการรับชม ***
2 "เครื่องมือ"เพื่อมองหา Key Level ของ BLAZE Investor (4th step of BLAZE Investor)
บทความที่จะแบ่งปันต่อไปนี้ เกิดมาจาก “ความรู้” ที่ผมได้จากการอ่านและฟังความรู้มาอีกทีจนเกิดการตกผลึกเป็นมุมมองที่ผมใช้ในการหา “ความได้เปรียบ” ในการซื้อขาย “หุ้น”
ก่อนแรกขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น
เสี่ยยักษ์ เสี่ยป๋อง เสี่ยปู่ อาจารย์ธีร์ Volume Analysis อาจารย์ม้า FIBONACCI trading
บทความของ คุณเอกยุทธ อัญชันบุตร เรื่อง Bid Offer set up
โค๊ชซัน พี่เบียร์ พี่จักรินทร์ อาจารย์ติ Super Trader Thailand
พี่อรรถ พี่ชูชาติ และอีกหลายๆท่าน รวมถึงหนังสือ + Youtube ทุกคลิป + Facebook post sharing ที่ทำให้ผมเข้าใจมุมมองต่างๆเกี่ยวกับ การวิเคราะห์คำสั่งเสนอซื้อขาย มากขึ้น
(ส่วนมากดู Youtube พวกพี่ๆเขา ผมเชื่อว่าเพียงพอที่จะได้อะไรบางอย่างจากมุมมองระดับประสบการณ์นั้นๆ)
กฏการใช้งาน
- ห้ามขาดทุนเยอะ ผิดทางต้องคัตลอส อย่าอมของไม่ดี ของดีซื้อแล้วต้องวิ่ง ไม่วิ่งซึมๆลง ต้องขายทิ้ง
สวัสดีครับ วันนี้จะมาแบ่งปันการใช้งาน FIBONACCI + Volume Analysis เพื่อหาจุดที่มี "นัยยะสำคัญ" นะครับ โดยขั้นตอนนี้ คือ ส่วนหนึ่งของ BLAZE's Trade Set up ที่ผมใช้ในการเทรดหุ้นครับ สามารถอ่านรายละเอียดได้ตาม Blog Link ด้านล่าง: http://blazeinvestment.blogspot.com/2016/07/4-blaze-investor-blaze-trading-set-up.html
ตัวอย่างหุ้นที่ผมนำมาเขียนในวันนี้ คือ CK ครับ ไปดูกันเลย...
1. CK อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และพร้อมจะทำราคาสูงสุดใหม่ในกราฟรายเดือน (ATH)
- ผมเจอ CK แถวๆราคา 30-31.5 บาท ในระยะพักตัวหลังจากขึ้นมาจากจุดพักตัวก่อนหน้าแถวๆ 28-29 บาท
FIBONACCI Projection
- เมื่อรู้ว่าหุ้นเป็นขาขึ้น และกำลังทำ ATH สิ่งที่ผมทำต่อ คือ มองหาว่าทำไมราคาถึงมาพัก 30-31.5 บาท จุดนี้ผมคิดว่า หากมีคนเก็บหุ้นมาก่อนผมที่ราคาแถวๆ 25 บาท เขาจะคิดอย่างไร เลยใช้ FIBONACCI projection มาช่วย
- 138.2% of FIBO projection บอกผมว่า คนที่ได้ของมาตั้งแต่ราคา 26 บาท ตอนนี้ได้กำไรมากกว่า คนที่ทำกำไรจากจุด A>B แล้วเป็นจำนวน 38.2% ในทางจิตวิทยาแล้ว เป็นดังนี้ (เขียนเองยังงงๆ มันคิดได้พอดี)
ณ A-B มีวงสวิง = 28.25 - 24.25 = 4 บาท
ณ B-C มีวงสวิง = 28.25 - 26.00 = 2.25 บาท
ณ C-138.2% FIBO projection มีวงสวิง = 31.56 - 26.00 = 5.56 บาท
- นั่นแปลความได้ว่า "ผู้ซื้อ" ที่รับของจาก "ผู้ขาย" ในช่วง B-C ทำกำไรเป็น 5.56/4 = 38.2% ของผู้ซื้อที่จุด A มาขายที่จุด B <<< นี่คือความหมายของ %วงสวิงของ FIBONACCI projection ครับ
- มันเป็นเรื่องปกติมากที่เมื่อผมได้กำไร 5.5 บาทจากจุดที่ผมรับมา เมื่อเทียบกับผู้เล่นก่อนหน้าผมที่ทำกำไรไปที่ 4 บาท ผมคงต้องปล่อยของออกมาเพื่อ Lock Profit ของผมบ้าง และนี่คือจุดพักตัวของราคาในรอบนี้
FIBONACCI Retracement
- จากนั้นผมจะมองหาจุดสวิงของแนวโน้มลงส่วนย่อยในแนมโน้มขาขึ้นที่เป็นแนวโน้มหลัก นั่นคือ จากจุด B-C เพื่อหา Extension ในการพักตัวของแนวโน้มดังกล่าว (เพื่อการย่อพักตัวย้อนกลับมากกว่า 100% เราจะเรียก Retracement > Extension)
- จุดนี้ทำให้ผมเห็น 216.80% FIBONACCI extension ของราคาอยู่ที่แถว 30.88 บาท ซึ่งเป็นจุดใกล้เคียงกันกับ 138.20% FIBONACCI projection การให้ความหมายอันนี้ ผมได้รับความรู้จากอาจารย์ม้าเฉียวมาว่า เมื่อจุดของราคาทาง FIBONACCI 2 อันซ้อนทับกัน เราเรียกว่า "การเกาะกลุ่มของราคา (Price Cluster)"
- เมื่อทางจิตวิทยา ช่วงสวิง B-C มีค่าเท่ากับ 28.25 - 26 = 2.25 บาท และสวิง C>216.80% FIBONACCI extension มีค่าเท่ากับ 2.25 + (30.88-28.25) = 4.88 บาท...4.88/2.25 = 216.8% แปลความหมายได้ว่า...ผู้ซื้อจากจุด C ด้วยต้นทุนวงสวิง 2.25 บาท ได้กำไรมาแล้ว 4.88-2.25 บาท หรือประมาณ 116.8% ของวงสวิง B-C ครับ
%FIBONACCI ไม่เท่ากับ %กำไร หารด้วย ต้นทุนในการเข้าเทรด นะครับ...มันคือ %ของวงสวิงล่าสุดเทียบกับกำไรของวงสวิงก่อนหน้า...
...สรุปเพื่อจะได้ไม่งง ไม่งั้นผมจะงงไปด้วยคือ ใช้ FIBONACCI เพื่อหา "นัยยะสำคัญ" ของราคาเกิดมาจากวงสวิงเดียวกัน โดนเน้นไปที่ 2 มุมมองขึ้นไป นั่นคือการใช้ Projection + Retracement ครับ...จากนั้นผมก็จะมองหา "นัยยะสำคัญ" ของราคาด้วย Volume at Price ต่อไป
3. มองหานัยยะสำคัญของราคาด้วย Volume Analysis
- เมื่อผมรู้นัยยะสำคัญทางราคาโดย FIBONACCI price cluster = 30-31 บาท ผมกาง VA ออกมาจากช่วงที่ราคาถูกทำขึ้นมาเป็นแนวโน้มขาขึ้นประมาณวันที่ 23/05/2016 ถึงวันที่ผมเจอ CK คือ 20/07/2016
- พบว่า ฐานนิยม สำคัญในช่วงเวลาต่างๆมี 3 จุดคือ 27.25/29.00/31.00 โดยทั้ง 2 จุดแรกคือ "จุดพักตัวของราคา" ก่อนจะไปต่อทั้งสิ้น...ผมจึงกาง VA ลึกลงไปอีกในจุดที่ 3 ของ MOD = 31 บาท
- เมื่อกาง VA พบว่าเกิดการเรียงตัวทางปริมาณซื้อขาย (Volume Distribution) เป็นแบบ "เบ้ซ้าย"
- ความหมายที่ผมให้กับการ "เบ้ซ้าย" ของข้อมูลทาง Volume คือ การไปต่อทางขวามือของราคา...พูดทางจิตวิทยา คือ ราคาถูกสร้างขึ้นมา โดยราคาบนช่องซ้ายมือของ MOD ไม่มีการซื้อขายที่มีปริมาณจนมีนัยยะสำคัญ จนมาถึงราคา 31 บาท...ราคาถูกกระชากขึ้นมานั่นเอง...จุดนี้ถ้าใครเรียนกับอาจารย์ติจะเข้าใจมากขึ้นครับ
- ผมเริ่่มวางจุดเข้า โดยมีเงื่อนไขว่า หากราคาสามารถยืนเหนือ 30.75 บาทได้...ผมจะเคาะขวาที่ 31 บาท และถือเพื่อหวัง ATH ทางราคาของ CK
กลับสู่ความจริง
สวัสดีครับ วันนี้จะมาแบ่งปันการใช้งาน FIBONACCI + Volume Analysis เพื่อหาจุดที่มี "นัยยะสำคัญ" นะครับ โดยขั้นตอนนี้ คือ ส่วนหนึ่งของ BLAZE's Trade Set up ที่ผมใช้ในการเทรดหุ้นครับ สามารถอ่านรายละเอียดได้ตาม Blog Link ด้านล่าง: http://blazeinvestment.blogspot.com/2016/07/4-blaze-investor-blaze-trading-set-up.html
ตัวอย่างหุ้นที่ผมนำมาเขียนในวันนี้ คือ CK ครับ ไปดูกันเลย...
1. CK อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และพร้อมจะทำราคาสูงสุดใหม่ในกราฟรายเดือน (ATH)
ภาพที่ 1: กราฟราคารายเดือน
- หุ้นที่มี Market Cap. ระดับ CK ถ้าทำ All Time High ได้ผู้ที่ทำให้ราคายืนเหนือแนวต้านเก่าได้ ผมมองว่าไม่ธรรมดาครับ เพราะหุ้นมีขนาดแบบนี้ อาการ พฤติกรรมจะไม่เหมือนหุ้นเล็กที่ผู้ทำราคา Break Out หลอก ตบจนเม่าอย่างเรา มึนไปตามๆกันครับ...
- จากปริมาณซื้อขายก็มีลักษณะเพิ่มขึ้นมาจากเงียบๆ และยังไม่เกิดสภาวะ Volume Peak ตามสูตรเสี่ยยักษ์ที่ว่า ถ้าเกิดขึ้นแล้ว "ต้องระวัง"...อาจดอยในรอบนั้นได้...ผมจึงเลือก CK มาทำการบ้านต่อ (รู้สึกว่ามี Story BEM ด้วย และผมเห็นว่า CK ถือหุ้น BEM + ยังไม่มีวิ่ง เลยมาสนใจ CK)
2. มองหานัยยะสำคัญของราคาด้วย FIBONACCI projection + retracement
2. มองหานัยยะสำคัญของราคาด้วย FIBONACCI projection + retracement
ภาพที่ 2: FIBONACCI projection
FIBONACCI Projection
- เมื่อรู้ว่าหุ้นเป็นขาขึ้น และกำลังทำ ATH สิ่งที่ผมทำต่อ คือ มองหาว่าทำไมราคาถึงมาพัก 30-31.5 บาท จุดนี้ผมคิดว่า หากมีคนเก็บหุ้นมาก่อนผมที่ราคาแถวๆ 25 บาท เขาจะคิดอย่างไร เลยใช้ FIBONACCI projection มาช่วย
- 138.2% of FIBO projection บอกผมว่า คนที่ได้ของมาตั้งแต่ราคา 26 บาท ตอนนี้ได้กำไรมากกว่า คนที่ทำกำไรจากจุด A>B แล้วเป็นจำนวน 38.2% ในทางจิตวิทยาแล้ว เป็นดังนี้ (เขียนเองยังงงๆ มันคิดได้พอดี)
ณ A-B มีวงสวิง = 28.25 - 24.25 = 4 บาท
ณ B-C มีวงสวิง = 28.25 - 26.00 = 2.25 บาท
ณ C-138.2% FIBO projection มีวงสวิง = 31.56 - 26.00 = 5.56 บาท
- นั่นแปลความได้ว่า "ผู้ซื้อ" ที่รับของจาก "ผู้ขาย" ในช่วง B-C ทำกำไรเป็น 5.56/4 = 38.2% ของผู้ซื้อที่จุด A มาขายที่จุด B <<< นี่คือความหมายของ %วงสวิงของ FIBONACCI projection ครับ
- มันเป็นเรื่องปกติมากที่เมื่อผมได้กำไร 5.5 บาทจากจุดที่ผมรับมา เมื่อเทียบกับผู้เล่นก่อนหน้าผมที่ทำกำไรไปที่ 4 บาท ผมคงต้องปล่อยของออกมาเพื่อ Lock Profit ของผมบ้าง และนี่คือจุดพักตัวของราคาในรอบนี้
FIBONACCI Retracement
ภาพที่ 3: FIBONACCI retracement
- จากนั้นผมจะมองหาจุดสวิงของแนวโน้มลงส่วนย่อยในแนมโน้มขาขึ้นที่เป็นแนวโน้มหลัก นั่นคือ จากจุด B-C เพื่อหา Extension ในการพักตัวของแนวโน้มดังกล่าว (เพื่อการย่อพักตัวย้อนกลับมากกว่า 100% เราจะเรียก Retracement > Extension)
- จุดนี้ทำให้ผมเห็น 216.80% FIBONACCI extension ของราคาอยู่ที่แถว 30.88 บาท ซึ่งเป็นจุดใกล้เคียงกันกับ 138.20% FIBONACCI projection การให้ความหมายอันนี้ ผมได้รับความรู้จากอาจารย์ม้าเฉียวมาว่า เมื่อจุดของราคาทาง FIBONACCI 2 อันซ้อนทับกัน เราเรียกว่า "การเกาะกลุ่มของราคา (Price Cluster)"
- เมื่อทางจิตวิทยา ช่วงสวิง B-C มีค่าเท่ากับ 28.25 - 26 = 2.25 บาท และสวิง C>216.80% FIBONACCI extension มีค่าเท่ากับ 2.25 + (30.88-28.25) = 4.88 บาท...4.88/2.25 = 216.8% แปลความหมายได้ว่า...ผู้ซื้อจากจุด C ด้วยต้นทุนวงสวิง 2.25 บาท ได้กำไรมาแล้ว 4.88-2.25 บาท หรือประมาณ 116.8% ของวงสวิง B-C ครับ
%FIBONACCI ไม่เท่ากับ %กำไร หารด้วย ต้นทุนในการเข้าเทรด นะครับ...มันคือ %ของวงสวิงล่าสุดเทียบกับกำไรของวงสวิงก่อนหน้า...
...สรุปเพื่อจะได้ไม่งง ไม่งั้นผมจะงงไปด้วยคือ ใช้ FIBONACCI เพื่อหา "นัยยะสำคัญ" ของราคาเกิดมาจากวงสวิงเดียวกัน โดนเน้นไปที่ 2 มุมมองขึ้นไป นั่นคือการใช้ Projection + Retracement ครับ...จากนั้นผมก็จะมองหา "นัยยะสำคัญ" ของราคาด้วย Volume at Price ต่อไป
3. มองหานัยยะสำคัญของราคาด้วย Volume Analysis
ภาพที่ 4: Volume Analysis from 23/05-20/07/2016
- เมื่อผมรู้นัยยะสำคัญทางราคาโดย FIBONACCI price cluster = 30-31 บาท ผมกาง VA ออกมาจากช่วงที่ราคาถูกทำขึ้นมาเป็นแนวโน้มขาขึ้นประมาณวันที่ 23/05/2016 ถึงวันที่ผมเจอ CK คือ 20/07/2016
- พบว่า ฐานนิยม สำคัญในช่วงเวลาต่างๆมี 3 จุดคือ 27.25/29.00/31.00 โดยทั้ง 2 จุดแรกคือ "จุดพักตัวของราคา" ก่อนจะไปต่อทั้งสิ้น...ผมจึงกาง VA ลึกลงไปอีกในจุดที่ 3 ของ MOD = 31 บาท
ภาพที่ 4: Volume Analysis from 12/07-20/07/2016
- เมื่อกาง VA พบว่าเกิดการเรียงตัวทางปริมาณซื้อขาย (Volume Distribution) เป็นแบบ "เบ้ซ้าย"
ภาพที่ 5: Left Distribution
- ผมเริ่่มวางจุดเข้า โดยมีเงื่อนไขว่า หากราคาสามารถยืนเหนือ 30.75 บาทได้...ผมจะเคาะขวาที่ 31 บาท และถือเพื่อหวัง ATH ทางราคาของ CK
กลับสู่ความจริง
ภาพที่ 6: ชีวิตจริง
- ผมเคาะ CK ไปที่ 31 บาททั้ง CK และ CK28C1612A = 0.42 ณ วันที่ 21/07/2016 CK ถูกกดลงมาที่ 31 บาท ตอนนั้นผมเริ่มมองว่า "เอาอย่างไรดี" แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากปริมาณซื้อขายบน VA คือ มีแรงขายออกมากตั้งแต่ 30.75 > 30 บาท จนพอถึงราคา 30 บาท เกิดสภาวะ Bid บาง Offer หนา มีแรงขาย+เติม Bid ตลอด...จุดนี้ผมเริ่มอุ่นใจในสถานะของผมมากขึ้น [อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bid Offer Ticker Technique ได้ที่ http://blazeinvestment.blogspot.com/2016/05/bid-offer-analysis.html]
สุดท้ายนี้ก็แบบที่เห็นครับว่าราคา 31 บาท มีนัยยะสำคัญอย่างแท้จริงทางราคาและปริมาณการซื้อขาย หลังจากนั้น 2 วัน CK ทำราคาขึ้นไปทะลุทุกแนวราคาและทำ ATH ในที่สุดปิด 33.75 บาท เมื่อวันที่ 29/07/2016
ส่วนเสริมที่ผมเห็นว่าสามารถพัฒนาต่อได้: เมื่อได้ Key Level แล้ว Entry Timing นั้นสำคัญไม่แพ้กัน จุดนี้ผมปรับปรุงได้ หากนำ Bid Offer Ticker Technique ไปจับ ทำให้การเข้าเทรดของผมมีความแม่นยำมากขึ้นได้ครับ
อารมณ์กับการเทรดนี้: ตอนนี้ราคาแกว่งจาก 31 ลงมา 30 บาท สถานะ Call DW ของผมลบไป 4 ช่องๆ 600 บาท + Time Decay 1 ช่อง ผมบอกเลยว่า "แอบหลอน" 555 ^_^ คือยังไม่ชินเท่าไหร่กับการเทรด DW เพราะมองว่า "มันเสี่ยง" หลังจากไปเรียนกับ พี่ป้อม วัฒนา มากับ Super Trader Republic ทำให้ได้ Idea ในการเทรด DW มาอีกเยอะเลย ตรงนี้ก็สามารถนำไปปรับปรุงในการวางหน้าเทรดครั้งต่อไปได้เช่นกันครับ
การบ้านที่อยากจะให้: ลองวางแผนเทรด AAV กันครับ กำลังจะเกิด ATH เช่นกัน ^^
สู้กันต่อไป แล้วเจอกันใหม่บทความหน้า
วรินทร หอรุ่งเรืองชัย
31/07/2016













