*** บทความดังต่อไปนี้ เป็นมุมมองส่วนบุคคล ผู้ศึกษาควรใช้วิจารณญาณในการรับชม ***
การวิเคราะห์ “ปริมาณการซื้อขาย” (Volume Analysis)
บทความที่จะแบ่งปันต่อไปนี้ เกิดมาจาก “ความรู้” ที่ผมได้จากการอ่านและฟังความรู้มาอีกทีจนเกิดการตกผลึกเป็นมุมมองที่ผมใช้ในการหา “ความได้เปรียบ” ในการซื้อขาย “หุ้น”
ก่อนแรกขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น
เสี่ยยักษ์ เสี่ยป๋อง เสี่ยปู่
อาจารย์ติ โค๊ชซัน โค๊ชเจน พี่เบียร์ พี่จักรินทร์ Super Trader Thailand
พี่อรรถ พี่ชูชาติ พี่ปุ้ย พี่วิชิต พี่โจ๊ก พี่ใหม่ และอีกหลายๆท่าน รวมถึงหนังสือ + Youtube ทุกคลิป + Facebook post sharing ที่ทำให้ผมเข้าใจมุมมองต่างๆเกี่ยวกับ การวิเคราะห์ปริมาณซื้อขาย มากขึ้น
(ส่วนมากดู Youtube พวกพี่ๆเขา ผมเชื่อว่าเพียงพอที่จะได้อะไรบางอย่างจากมุมมองระดับประสบการณ์นั้นๆ)
กฏการใช้งาน Volume Analysis
1. Volume Analysis บอก “ความได้เปรียบ” ในการเข้าซื้อหุ้น ไม่ได้บอกว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง
2. หากปราศจากวิธีคิดการลงทุนที่เหมาะสม Volume Analysis ก็เป็นแค่ “ความรู้” ที่ใช้การไม่ได้
3. อย่ายึดติด อย่าเชื่อจากมุมมอง ที่เกิดจากตัวเอง ให้มองตามจริง มองการกระทำของราคาจริงๆ มองแนวโน้ม มองแรงซื้อขายในวัน มองจุดแนวรับต้านสำคัญ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการซื้อขายมากขึ้น
Volume Analysis
นิยามในมุมมองของผมคือ การมองข้อมูลในอดีต เพื่อดูว่า “จุดไหน” ที่จำนวนหุ้นถูกซื้อขายอย่างมีนัยยะสำคัญ เมื่อเรามองหาจุดซื้อขายที่มีนัยยะสำคัญ เราสามารถนำจุดซื้อขายนั้นมาดูว่า “มันมีความเป็นไปได้” แบบไหนที่หุ้นตัวนั้นจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต
มุมมองเกี่ยวกับ Volume Analysis จากประสบการณ์ของผม แบ่งออกเป็น 4 จุดสังเกต ดังนี้
ผมขอยกตัวอย่างจากหุ้นหนึ่งตัวที่ผมกำลังดูอยู่ตอนนี้ ไม่ได้มีการถือครองสถานะเพื่อป้องกันการเข้าข้าง (Personal Bias)
เมื่อเรามองย้อนหลังไปในอดีต 100 วัน มีปริมาณการซื้อขายสะสมอยู่ที่ราคา 3.92 - 4.08
มันบอกถึงอะไรล่ะ ถ้ามีผู้ซื้อที่จุดนั้น ณ ราคาปัจจุบัน เขาได้กำไรเท่าไหร่แล้ว? ช่วงนี้ให้สังเกตว่า มีปริมาณการซื้อขายเข้ามา แต่ราคาไม่ไปไหน ถึงราคากระชากขึ้น ก็ถูกกดลงมา
2. หุ้นขึ้นแล้ว Volume ลด ปราศจากการสนใจของผู้คนในตลาด (Price made up without Volume)
มองราคาตั้งแต่ 4.08 - 4.80 ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมาตลอดตามกราฟราคา แต่ Volume at Price ในช่องราคาต่างๆมีการลดลง อันนี้น่าสนใจ เพราะมันหมายถึงปริมาณของหุ้น (Free Float) ในตลาดถูกเก็บเอาไว้ ไม่เอาออกมาซื้อขาย ส่วนราคาที่ขึ้นไปได้ ก็แค่มี "คนทำขึ้นมา"
3. มองหาความเกี่ยวเนื่องของราคาในแนวโน้ม (Trend Begin)
นักลงทุนรุ่นเก๋าทุกท่านพูดเหมือนกันคือ หากหุ้นขึ้นอย่างแข็งแรง สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “Volume" มองที่ 4.80 - 4.96 สิ ราคาถูกกระชากขึ้นพร้อม Volume buy ที่เพิ่มมาขึ้น น่าจะเป็นสัญญาณของแนวโน้มที่แข็งแรงหรือไม่ อันนี้ต้องติดตาม เพราะสัญญาณแบบนี้หมายถึง เริ่มมีผู้คนในตลาดมองเห็นโอกาสในการขึ้นต่อของหุ้นตัวดังกล่าวแล้ว เราเรียกจุดนี้ได้ว่า Volume Support Price Up
4. มองหาความเกี่ยวเนื่องของราคาในการกลับตัว (Trend End)
อีกจุดที่น่าสนใจในกรณีที่ราคาถูกทำขึ้นมา แล้วมีการเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายอย่างมีนัยยะสำคัญที่ 4.80 - 4.96 มองได้อีกแบบคือ เป็นจุดสูงสุดของแนวโน้มในรอบนั้นๆ แปลได้ว่า ผู้ทำราคานำหุ้นออกมาขายทำกำไรให้สาธารณชนเป็นจำนวนมาก อันนี้ก็มีความเป็นไปได้ สุดท้ายต้องไปดูที่ราคาในอนาคต ว่าไปต่อ หรือ ไปไม่ไหว เราเรียกจุดนี้ได้ว่า Reversal zone
จบ 555 ^_^ อ่านด้านล่างต่อ เป็นข้อเตือนใจ
มุมมองต่างๆ สามารถนำไปใช้กับสไตล์การเทรดที่ไม่เหมือนกัน บางคนชอบสะสม ซื้อรอ
บางคนชอบซื้อเพื่ออีกไม่กี่วันระเบิด บางคนเล่นตามแนวโน้ม หรือเก็งกำไรระยะสั้นในขาขึ้น
ก็สามารถทำได้ โดยเพิ่มความได้เปรียบด้วยการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย
ข้อจำกัด
1. หุ้นที่มีการซื้อขายกันเยอะๆ ทุกๆวัน หุ้นใหญ่ต่างๆ อาจใช้ไม่ได้ในเรื่องของระยะสะสม เนื่องจาก
การสังเกตการเปลี่ยนแปลงของ Volume นั้น มองหาชัดเจนได้ยาก
2. ผู้ควบคุมราคา สามารถเปิด บัญชีหลายบัญชีเพื่อทำ Volume pattern ได้
3. เป็นแค่สัญญาณยืนยันของ Price Action กำไรหรือขาดทุนไม่ได้วัดจากปริมาณการซื้อขาย แต่คือความผันผวนของราคา
การประยุกต์ใช้เพิ่มเติม
1. หากทุกท่านมีความรู้ด้าน Bid Offer Analysis จะทำให้การทำการวิเคราะห์หน้างานชัดเจนมากขึ้น
2. แนวรับแนวต้านสำคัญ จุดวัดใจต่างๆบนกราฟราคาหากมีความรู้ด้านนี้ การวิเคราะห์ปริมาณซื้อขายจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ศาสตร์ Volume Analysis ผมใช้มันมาโดยตลอดสำหรับ“หุ้นเล็ก” ในการเข้าซื้อสะสม หากทุกท่านมีคำถามอะไรที่ไม่ชัดเจนในสิ่งที่ผมแบ่งปัน สามารถไปตั้งคำถามในเพจ “วิศวกรสอนลงทุน” ของผมได้ แล้วมีอะไรเรามาแบ่งปันกันครับ
จุดเน้นก่อนจบ
“หาตัวเองให้เจอว่าเป็นนักลงทุนประเภทไหนใน 3 ลักษณะ ที่ผมเขียนไว้ในกระทู้ก่อนหน้า เพื่อประยุกต์ใช้ Volume Analysis ให้ถูกกับจริตของตัวเองครับผม
สู้กันต่อไป แล้วเจอกันใหม่บทความหน้า
วรินทร หอรุ่งเรืองชัย
^_^
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น