*** บทความดังต่อไปนี้ เป็นมุมมองส่วนบุคคล ผู้ศึกษาควรใช้วิจารณญาณในการรับชม ***
2 "ตัวแปร" บ่งบอกโมเมนตัม คืออะไร (What the Momentum is)
บทความที่จะแบ่งปันต่อไปนี้ เกิดมาจาก “ความรู้” ที่ผมได้จากการอ่านและฟังความรู้มาอีกทีจนเกิดการตกผลึกเป็นมุมมองที่ผมใช้ในการหา “ความได้เปรียบ” ในการซื้อขาย “หุ้น”
ก่อนแรกขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น
เสี่ยยักษ์ เสี่ยป๋อง เสี่ยปู่ อาจารย์ธีร์ Volume Analysis อาจารย์ม้า FIBONACCI trading
บทความของ คุณเอกยุทธ อัญชันบุตร เรื่อง Bid Offer set up
โค๊ชซัน พี่เบียร์ พี่จักรินทร์ อาจารย์ติ Super Trader Thailand
พี่อรรถ พี่ชูชาติ และอีกหลายๆท่าน รวมถึงหนังสือ + Youtube ทุกคลิป + Facebook post sharing ที่ทำให้ผมเข้าใจมุมมองต่างๆเกี่ยวกับ การวิเคราะห์คำสั่งเสนอซื้อขาย มากขึ้น
(ส่วนมากดู Youtube พวกพี่ๆเขา ผมเชื่อว่าเพียงพอที่จะได้อะไรบางอย่างจากมุมมองระดับประสบการณ์นั้นๆ)
ขอขอบคุณหนังสือ + Youtube ทุกคลิป + Facebook post sharing ที่ทำให้ผมเข้าใจมุมมองต่างๆเกี่ยวกับ การเทรด มากขึ้น
กฏการใช้งาน
- เอาไว้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว...จนเข้าซื้อ จนขายออกนั้น ให้พิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ เช่น Bid-Offer Analysis, Volume Analysis, Candlestick pattern, Price Pattern เป็นต้น
สวัสดีครับผม...ในนามของแอดมินเพจ "วิศวกรสอนลงทุน" ได้เคยให้คำพูดว่าจะแบ่งปันเรื่องโมเมนตัมในมุมมองของผมผ่าน วิชาฟิสิกส์...,มีความคาดหวังว่า ผู้อ่านทุกท่านจะได้เข้าใจถึงโมเมนตัมอย่างแท้จริงมากกว่าการท่องจำ Indicator ต่างๆ ผ่านสูตรฟิสิกส์การเคลื่อนที่อย่างง่ายครับ
...ผมจะเริ่มอย่างไรดีล่ะ...hahaha...^_^
ถ้าพูดถึงวิชาฟิสิกส์การเคลื่อนที่...โมเมนตัม คือ ส่วนหนึ่งของวิชานี้...ที่หน้าที่บ่งชี้ปริมาณและทิศทางของการเคลื่อนที่ว่ามี "พลังงานในการเคลื่อนที่" มากน้อยเป็นอย่างไร
เมื่อนำมาเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของหุ้น...จะพบว่า Indicator ต่างๆที่บ่งชี้ถึง โมเมนตัมของราคานั้น...คำนวนจากมิติของราคาเพียงอย่างเดียว เช่น RSI, MACD, STOCHASTIC เป็นต้น
และเมื่อมองกลับมาที่ สูตรทางฟิสิกส์ โมเมนตัม มีค่าเท่ากับ มวล x ความเร็วของการเคลื่อนที่
- มวล คือ น้ำหนักของวัตถุ ไม่มีทิศทาง มีแต่ปริมาณ มีหน่วยการวัด คือ กิโลกรัม (kg)
- ความเร็ว คือ การเปลี่ยนแปลงการกระจัดการเคลื่อนที่ของวัตถุภายในช่วงเวลาหนึ่ง และเป็นปริมาณที่มีทิศทาง มีหน่วยการวัด คือ เมตร/วินาที (m/s)
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโมเมนตัมได้ที่: https://en.wikipedia.org/wiki/Momentum
โดยเมื่อมองมาที่หุ้นแล้ว เรามีตัวแปร 2 ตัวแปรที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ มวล และ ความเร็วของการเคลื่อนที่ นั่น คือ...
1. ปริมาณการซื้อขาย (Volume)
- ปริมาณค่านี้ถูกบันทึกไว้ในทุกช่วงเวลาต่างๆ (Time Frame) เช่น 1/15/30/60/120/240 นาที ไปจนถึง 1 วัน 1 สัปดาห์ 1 เดือน เป็นต้น
2. การเคลื่อนที่ของราคาเทียบกับช่วงเวลาต่างๆ (Price/Time)
- การกระจัดของราคา คือ จุดปิดราคา - จุดเปิดราคา (Closed price - Opened price)
หากมีค่าเป็นบวก = มีทิศทางขึ้น,
หากมีค่าเป็นลบ = มีทิศทางลง
ในช่วงเวลาที่ใช้อ้างอิงในการมองโมเมนตัม
- ช่วงเวลาอ้างอิง คือ ช่วงเวลาที่เราใช้มองโมเมนตัมของหุ้นนั้นๆ ใน Time Frame ต่างๆ โมเมนตัมที่เกิดขึ้นอาจมีความทับซ้อนกัน เช่น ภาพระดับเดือนโมเมนตัมเป็นบวก...แต่ภาพระดับวันโมเมนตัมมีการพักตัว หรือลดลง เป็นต้น
จุดสังเกตโมเมนตัมอย่างง่าย เมื่อมองในหุ้นที่มี Market cap. แตกต่างกัน...
...หากเคยสังเกตจะเห็นว่า...รถบรรทุกเมื่อครั้งเริ่มเคลื่อนที่ จะออกเริ่มต้นจนเคลื่อนไปข้างหน้าได้ช้ากว่า รถมอเตอร์ไซต์...นั่นเพราะ รถบรรทุกมีมวลมากกว่า (ความเฉื่อยเริ่มต้นมาก) ดังนั้น โมเมนตัมของแรงที่จะทำให้เกิดความเร็วค่าหนึ่ง ย่อมมากกว่าเป็นธรรมดา
...และเมื่อรถบรรทุกเคลื่อนที่ไปแล้ว จะทำให้หยุดจนไม่เคลื่อนที่อีกครั้ง ก็จะใช้เวลาและระยะทามากกว่า รถมอเตอร์ไซต์...นั่นเพราะ ขนาดของโมเมนตัมในการเคลื่อนที่ของรถบรรทุกมีมาก พิจารณาไปที่มวลของรถบรรทุกที่มากกว่า ถึงแม้ว่าความเร็วเท่ากัน รถบรรทุกก็หยุดได้ช้ากว่ารถมอเตอร์ไซต์ อย่างแน่่นอน
ทำไมถึง...ต้องรู้จักโมเมนตัม...ทุกท่านคงเคยได้ยิน "Trend is your friend" แต่ทุกท่านเคยถามไหมว่าใครคือเพื่อนที่แท้จริงของแนวโน้ม...นั่นแหละครับ ทำไมโมเมนตัมถึงมีความหมายในการเทรดกลยุทธ์ Run Trend...จุดเน้นย้ำนะครับ โมเมนตัม ไม่ได้บ่งบอกจุดเข้า จุดออกที่ดีในการซื้อขายนะครับ...มันทำหน้าที่อย่างเดียว คือ สนับสนุนแนวโน้มเดิม ที่เกิดขึ้นมาแล้ว (Trend Support)
เมื่อตระหนักได้ตามจุดสังเกต...มุมมองหน้าเทรด การเข้าออก สำหรับหุ้นเล็ก กลาง ใหญ่ ของทุกท่านจะเริ่มมีมุมมองเรื่องโมเมนตัมเพิ่มเข้าไป...ซึ่งผมเชื่อว่า หลายๆคนคงเป็นเหมือนเพิ่ม เช่น ถนัดเทรดหุ้นเล็กกลาง พอไปเทรดหุ้นใหญ่ เรามองว่ามันช้าไป อันที่จริงแล้ว มันไม่ได้ช้าหรอก มันเป็น พฤติกรรมการเคลื่อนที่ปกติของหุ้นที่มีมวลขนาดใหญ่ เท่านั้นเอง...เมื่อเราเข้าใจมันตั้งแต่พฤติกรรมการเคลื่อนที่จากคุณสมบัติพื้นฐานเหล่านี้...หน้าเทรดของเราต่อหุ้นต่างๆ ก็จะชัดเจนมากขึ้น
ตัวอย่างวันนี้ที่ผมจะใช้ยกตัวอย่า คือ หุ้นที่มีโมเมนตัมในทิศทาง "ลง-ไร้ทิศทาง-ขึ้น"
1. เมื่อมองการเคลื่อนที่ของราคาในกราฟรายเดือน
- พบว่าหุ้นตัวนี้มี โมเมนตัมไปทางขึ้น โดนเคยเกิด โมเมนตัมขึ้นจาก 8.2 > 10.80 พร้อม มวลของปริมารซื้อขายที่เข้ามาสนับสนุนแนวโน้มนี้
สิ่งนี้บ่งชี้ได้ว่า โมเมนตัม มี "ปริมาณเพิ่มขึ้น, ราคาขึ้น"
- จากนั้นเกิดการพักตัวที่ 10.20 - 11.20 พร้อมมวลที่ลดลง
สิ่งนี้บ่งชี้ได้ว่า โมเมนตัม มี "ปริมาณลดลง, ราคาพักตัว"
- ก่อนที่ราคาจะหลุดแนวโน้มขาขึ้นเดิม มีการเคลื่อนที่ของราคาต่อไปจากกรอบพักตัวไปที่ 12 พร้อมกับมวลที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
สิ่งนี้บ่งชี้ได้ว่า โมเมนตัม มี "ปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย, ราคาขึ้น"
ช่วงที่ 3 ก่อนราคาลง หากเราสังเกตปริมาณของโมเมนตัม เราสามารถระบุได้ว่า หุ้นตัวนี้มีโมเมนตัมในการเคลื่อนที่ขึ้นที่ลดลง ดังนั้นการวางจุดออกไว้ที่ Low เดิม หรือแนวราคาเดิมที่เคยผ่านขึ้นมา จะเป็น Protection ให้การเทรดในครั้งนี้...และเมื่อพิจารณาจากกราฟรายเดือนอย่างแท้จริง...จุดออกของคนที่เข้าจากกราฟรายเดือน คือ Low เดิม = 10.20 และสามารถพิจารณารับหุ้นตัวนี้กลับได้ เมื่อเกิดรูปแบบราคากลับตัว เนื่องจากแนวโน้มระดับรายเดือน หากราคาจะทำให้แนวโน้มขาขึ้นพังลง ราคาต้องปิดต่ำกว่า Month Low = 8.20 เป็นต้น
2. เมื่อมองการเคลื่อนที่ของราคาในกราฟรายวัน
- จากกราฟราคารายวัน หุ้นตัวนี้ถูกโมเมนตัมกดลงมาตลอด <<< ในช่วงนี้จะไม่มีการพิจารณารับกลับ เพราะเรารู้ฟิสิกส์พื้นฐานว่า...รถหากเคลื่อนที่ไปแล้ว เวลาหยุด ต้องใช้เวลา (มันจะตรงกับ Dow Theory เรื่อง แนวโน้มจะยังคงไปต่อ และจบลงเมื่อมันจบลง)
- เมื่อราคาเกิดการพักตัวหลังจากลงมาแถวๆ 9.00 - 9.40 หากมองว่าน่าสนใจที่จะเข้าเทรดหรือไม่ หากพิจารณา โมเมนตัมว่าสนับสนุนแนวโน้มหรือยัง ก็ตอบได้แค่เพียงว่า "ยังคงไม่น่าสนใจ" <<< ไร้ทิศทางว่าจะขึ้นหรือลงต่อ
- จนเมื่อราคาเกิดการขึ้นอย่างรุนแรงจาก 9.40 > 10.1 พร้อมกับ มวลที่มากขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อมองย้อนหลังกลับไปในอดีด (กรอบสีเขียว) <<< นี่คือจุดเริ่มต้นใหม่ของโมเมนตัมที่กลับตัวจาก ไร้ทิศทาง > ขาขึ้น
ทีนี้พอเรารู้ โมเมนตัมซึ่งเป็นสิ่งสนับสนุนการเคลื่อนที่ของราคา...Trend ก็จะสามารถเป็นเพื่อนกับเราได้อย่างแท้จริง...จุดเข้า จุดออกในการเทรด เราก็ไปมองในสเกลที่เล็กลง เช่น Bid Offer Ticker, Volume Analysis, แนวรับ แนวต้าน, FIBONACCI key level เป็นต้น
...จบ...hahaha...เอาจริงๆ โมเมนตัม มันไม่ได้ยากอะไร และเราก็ไม่ได้ใช้มันในการเข้าเทรดนะครับ...เราเพียงแค่มองหามันเพื่อเพิ่ม ความน่าจะเป็นในการเทรดของเรา ให้มีโอกาส "ชนะ" มากกว่า "แพ้" เท่านั้นเอง...ทีนี้หน้าเทรดแต่ละคน จุดเข้า จุดออก ก็ย่อมไม่เหมือนกัน...อย่าใช้โมเมนตัมมาอ้างในการที่เราจะไม่ "ตัดขาดทุน" เมื่อผิดทางจากหน้าเทรดของเราเด็ดขาด!!!
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชม...สามารถติชม ขอบคุณได้อย่างเต็มที่เพื่อการพัฒนาต่อไปครับ
สวัสดีครับผม...ในนามของแอดมินเพจ "วิศวกรสอนลงทุน" ได้เคยให้คำพูดว่าจะแบ่งปันเรื่องโมเมนตัมในมุมมองของผมผ่าน วิชาฟิสิกส์...,มีความคาดหวังว่า ผู้อ่านทุกท่านจะได้เข้าใจถึงโมเมนตัมอย่างแท้จริงมากกว่าการท่องจำ Indicator ต่างๆ ผ่านสูตรฟิสิกส์การเคลื่อนที่อย่างง่ายครับ
...ผมจะเริ่มอย่างไรดีล่ะ...hahaha...^_^
ถ้าพูดถึงวิชาฟิสิกส์การเคลื่อนที่...โมเมนตัม คือ ส่วนหนึ่งของวิชานี้...ที่หน้าที่บ่งชี้ปริมาณและทิศทางของการเคลื่อนที่ว่ามี "พลังงานในการเคลื่อนที่" มากน้อยเป็นอย่างไร
เมื่อนำมาเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของหุ้น...จะพบว่า Indicator ต่างๆที่บ่งชี้ถึง โมเมนตัมของราคานั้น...คำนวนจากมิติของราคาเพียงอย่างเดียว เช่น RSI, MACD, STOCHASTIC เป็นต้น
และเมื่อมองกลับมาที่ สูตรทางฟิสิกส์ โมเมนตัม มีค่าเท่ากับ มวล x ความเร็วของการเคลื่อนที่
- มวล คือ น้ำหนักของวัตถุ ไม่มีทิศทาง มีแต่ปริมาณ มีหน่วยการวัด คือ กิโลกรัม (kg)
- ความเร็ว คือ การเปลี่ยนแปลงการกระจัดการเคลื่อนที่ของวัตถุภายในช่วงเวลาหนึ่ง และเป็นปริมาณที่มีทิศทาง มีหน่วยการวัด คือ เมตร/วินาที (m/s)
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโมเมนตัมได้ที่: https://en.wikipedia.org/wiki/Momentum
โดยเมื่อมองมาที่หุ้นแล้ว เรามีตัวแปร 2 ตัวแปรที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ มวล และ ความเร็วของการเคลื่อนที่ นั่น คือ...
1. ปริมาณการซื้อขาย (Volume)
- ปริมาณค่านี้ถูกบันทึกไว้ในทุกช่วงเวลาต่างๆ (Time Frame) เช่น 1/15/30/60/120/240 นาที ไปจนถึง 1 วัน 1 สัปดาห์ 1 เดือน เป็นต้น
2. การเคลื่อนที่ของราคาเทียบกับช่วงเวลาต่างๆ (Price/Time)
- การกระจัดของราคา คือ จุดปิดราคา - จุดเปิดราคา (Closed price - Opened price)
หากมีค่าเป็นบวก = มีทิศทางขึ้น,
หากมีค่าเป็นลบ = มีทิศทางลง
ในช่วงเวลาที่ใช้อ้างอิงในการมองโมเมนตัม
- ช่วงเวลาอ้างอิง คือ ช่วงเวลาที่เราใช้มองโมเมนตัมของหุ้นนั้นๆ ใน Time Frame ต่างๆ โมเมนตัมที่เกิดขึ้นอาจมีความทับซ้อนกัน เช่น ภาพระดับเดือนโมเมนตัมเป็นบวก...แต่ภาพระดับวันโมเมนตัมมีการพักตัว หรือลดลง เป็นต้น
จุดสังเกตโมเมนตัมอย่างง่าย เมื่อมองในหุ้นที่มี Market cap. แตกต่างกัน...
...หากเคยสังเกตจะเห็นว่า...รถบรรทุกเมื่อครั้งเริ่มเคลื่อนที่ จะออกเริ่มต้นจนเคลื่อนไปข้างหน้าได้ช้ากว่า รถมอเตอร์ไซต์...นั่นเพราะ รถบรรทุกมีมวลมากกว่า (ความเฉื่อยเริ่มต้นมาก) ดังนั้น โมเมนตัมของแรงที่จะทำให้เกิดความเร็วค่าหนึ่ง ย่อมมากกว่าเป็นธรรมดา
...และเมื่อรถบรรทุกเคลื่อนที่ไปแล้ว จะทำให้หยุดจนไม่เคลื่อนที่อีกครั้ง ก็จะใช้เวลาและระยะทามากกว่า รถมอเตอร์ไซต์...นั่นเพราะ ขนาดของโมเมนตัมในการเคลื่อนที่ของรถบรรทุกมีมาก พิจารณาไปที่มวลของรถบรรทุกที่มากกว่า ถึงแม้ว่าความเร็วเท่ากัน รถบรรทุกก็หยุดได้ช้ากว่ารถมอเตอร์ไซต์ อย่างแน่่นอน
ภาพที่ 1: ขนาดเล็กใหญ่ ให้ดูที่มวลเป็นหลัก ขนาดของรูปไม่ได้บ่งบอกอะไร (ราคาบนกระดาน)
ทำไมถึง...ต้องรู้จักโมเมนตัม...ทุกท่านคงเคยได้ยิน "Trend is your friend" แต่ทุกท่านเคยถามไหมว่าใครคือเพื่อนที่แท้จริงของแนวโน้ม...นั่นแหละครับ ทำไมโมเมนตัมถึงมีความหมายในการเทรดกลยุทธ์ Run Trend...จุดเน้นย้ำนะครับ โมเมนตัม ไม่ได้บ่งบอกจุดเข้า จุดออกที่ดีในการซื้อขายนะครับ...มันทำหน้าที่อย่างเดียว คือ สนับสนุนแนวโน้มเดิม ที่เกิดขึ้นมาแล้ว (Trend Support)
เมื่อตระหนักได้ตามจุดสังเกต...มุมมองหน้าเทรด การเข้าออก สำหรับหุ้นเล็ก กลาง ใหญ่ ของทุกท่านจะเริ่มมีมุมมองเรื่องโมเมนตัมเพิ่มเข้าไป...ซึ่งผมเชื่อว่า หลายๆคนคงเป็นเหมือนเพิ่ม เช่น ถนัดเทรดหุ้นเล็กกลาง พอไปเทรดหุ้นใหญ่ เรามองว่ามันช้าไป อันที่จริงแล้ว มันไม่ได้ช้าหรอก มันเป็น พฤติกรรมการเคลื่อนที่ปกติของหุ้นที่มีมวลขนาดใหญ่ เท่านั้นเอง...เมื่อเราเข้าใจมันตั้งแต่พฤติกรรมการเคลื่อนที่จากคุณสมบัติพื้นฐานเหล่านี้...หน้าเทรดของเราต่อหุ้นต่างๆ ก็จะชัดเจนมากขึ้น
ตัวอย่างวันนี้ที่ผมจะใช้ยกตัวอย่า คือ หุ้นที่มีโมเมนตัมในทิศทาง "ลง-ไร้ทิศทาง-ขึ้น"
1. เมื่อมองการเคลื่อนที่ของราคาในกราฟรายเดือน
- พบว่าหุ้นตัวนี้มี โมเมนตัมไปทางขึ้น โดนเคยเกิด โมเมนตัมขึ้นจาก 8.2 > 10.80 พร้อม มวลของปริมารซื้อขายที่เข้ามาสนับสนุนแนวโน้มนี้
สิ่งนี้บ่งชี้ได้ว่า โมเมนตัม มี "ปริมาณเพิ่มขึ้น, ราคาขึ้น"
- จากนั้นเกิดการพักตัวที่ 10.20 - 11.20 พร้อมมวลที่ลดลง
สิ่งนี้บ่งชี้ได้ว่า โมเมนตัม มี "ปริมาณลดลง, ราคาพักตัว"
- ก่อนที่ราคาจะหลุดแนวโน้มขาขึ้นเดิม มีการเคลื่อนที่ของราคาต่อไปจากกรอบพักตัวไปที่ 12 พร้อมกับมวลที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
สิ่งนี้บ่งชี้ได้ว่า โมเมนตัม มี "ปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย, ราคาขึ้น"
ช่วงที่ 3 ก่อนราคาลง หากเราสังเกตปริมาณของโมเมนตัม เราสามารถระบุได้ว่า หุ้นตัวนี้มีโมเมนตัมในการเคลื่อนที่ขึ้นที่ลดลง ดังนั้นการวางจุดออกไว้ที่ Low เดิม หรือแนวราคาเดิมที่เคยผ่านขึ้นมา จะเป็น Protection ให้การเทรดในครั้งนี้...และเมื่อพิจารณาจากกราฟรายเดือนอย่างแท้จริง...จุดออกของคนที่เข้าจากกราฟรายเดือน คือ Low เดิม = 10.20 และสามารถพิจารณารับหุ้นตัวนี้กลับได้ เมื่อเกิดรูปแบบราคากลับตัว เนื่องจากแนวโน้มระดับรายเดือน หากราคาจะทำให้แนวโน้มขาขึ้นพังลง ราคาต้องปิดต่ำกว่า Month Low = 8.20 เป็นต้น
ภาพที่ 2: กราฟราคารายเดือน
2. เมื่อมองการเคลื่อนที่ของราคาในกราฟรายวัน
- จากกราฟราคารายวัน หุ้นตัวนี้ถูกโมเมนตัมกดลงมาตลอด <<< ในช่วงนี้จะไม่มีการพิจารณารับกลับ เพราะเรารู้ฟิสิกส์พื้นฐานว่า...รถหากเคลื่อนที่ไปแล้ว เวลาหยุด ต้องใช้เวลา (มันจะตรงกับ Dow Theory เรื่อง แนวโน้มจะยังคงไปต่อ และจบลงเมื่อมันจบลง)
- เมื่อราคาเกิดการพักตัวหลังจากลงมาแถวๆ 9.00 - 9.40 หากมองว่าน่าสนใจที่จะเข้าเทรดหรือไม่ หากพิจารณา โมเมนตัมว่าสนับสนุนแนวโน้มหรือยัง ก็ตอบได้แค่เพียงว่า "ยังคงไม่น่าสนใจ" <<< ไร้ทิศทางว่าจะขึ้นหรือลงต่อ
- จนเมื่อราคาเกิดการขึ้นอย่างรุนแรงจาก 9.40 > 10.1 พร้อมกับ มวลที่มากขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อมองย้อนหลังกลับไปในอดีด (กรอบสีเขียว) <<< นี่คือจุดเริ่มต้นใหม่ของโมเมนตัมที่กลับตัวจาก ไร้ทิศทาง > ขาขึ้น
ภาพที่ 3: กราฟราคารายวัน
ทีนี้พอเรารู้ โมเมนตัมซึ่งเป็นสิ่งสนับสนุนการเคลื่อนที่ของราคา...Trend ก็จะสามารถเป็นเพื่อนกับเราได้อย่างแท้จริง...จุดเข้า จุดออกในการเทรด เราก็ไปมองในสเกลที่เล็กลง เช่น Bid Offer Ticker, Volume Analysis, แนวรับ แนวต้าน, FIBONACCI key level เป็นต้น
...จบ...hahaha...เอาจริงๆ โมเมนตัม มันไม่ได้ยากอะไร และเราก็ไม่ได้ใช้มันในการเข้าเทรดนะครับ...เราเพียงแค่มองหามันเพื่อเพิ่ม ความน่าจะเป็นในการเทรดของเรา ให้มีโอกาส "ชนะ" มากกว่า "แพ้" เท่านั้นเอง...ทีนี้หน้าเทรดแต่ละคน จุดเข้า จุดออก ก็ย่อมไม่เหมือนกัน...อย่าใช้โมเมนตัมมาอ้างในการที่เราจะไม่ "ตัดขาดทุน" เมื่อผิดทางจากหน้าเทรดของเราเด็ดขาด!!!
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชม...สามารถติชม ขอบคุณได้อย่างเต็มที่เพื่อการพัฒนาต่อไปครับ
สู้กันต่อไป แล้วเจอกันใหม่บทความหน้า
วรินทร หอรุ่งเรืองชัย
19/08/2016...ระหว่างรอช่างมาติดตั้งเครื่องซักผ้า ^_^V




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น