*** บทความดังต่อไปนี้ เป็นมุมมองส่วนบุคคล ผู้ศึกษาควรใช้วิจารณญาณในการรับชม ***
ตอนนี้ SET บ้านเราอยู่ "จุดไหน"...กลยุทธ์ในการลงทุนควรเป็นอย่างไร
สวัสดีครับผม วรินทร หอรุ่งเรืองชัย นะครับ...
แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ผมคือแอดมิน เพจวิศวกรสอนลงทุน นั่นเอง ^_^V
วันนี้รับหน้าที่มาแบ่งปันว่าตอนนี้ดัชนีตลาดทุนบ้านเรา หรือที่เรียกกันว่า SET อยู่จุดไหน...นำไปสู่การวางกลยุทธ์ในการลงทุนของนักลงทุนอย่างเรา เพื่อปกป้องพอร์ตการลงทุนของเราให้มีความเสี่ยงต่ำที่สุดครับผม...เริ่มกันเลย
วันนี้รับหน้าที่มาแบ่งปันว่าตอนนี้ดัชนีตลาดทุนบ้านเรา หรือที่เรียกกันว่า SET อยู่จุดไหน...นำไปสู่การวางกลยุทธ์ในการลงทุนของนักลงทุนอย่างเรา เพื่อปกป้องพอร์ตการลงทุนของเราให้มีความเสี่ยงต่ำที่สุดครับผม...เริ่มกันเลย
1. ปัจจัยทางกราฟเทคนิค
ภาพที่ 1: กราฟ SET รายเดือน
ราคา
กราฟรายเดือนบ่งบอกถึงอาการ "ออกข้าง" ของ SET โดยมี Momentum Down Trend Line กดไว้ที่ Previous High ของ SET ที่ผ่านมา 2 รอบคลื่น
ปริมาณการซื้อขาย
จาก 2 Previous High ที่ผ่านมาพบว่า ปริมาณการซื้อขายมีลักษณะ Peak ทุกครั้ง...ก่อนพักฐานลงมาในกรอบออกข้าง...มารอดูกันว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย...หรือไม่?
ภาพที่ 2: กราฟ SET รายสัปดาห์
อาการออกข้าง พร้อม Momentum Down Trend Line ที่ไว้อย่างเห็นได้ชัด...สังเกตเห็นว่า Down Trend Line มี Slope ที่ "ติดลบ" ขึ้นเรื่อยๆ...คาดว่าหากจะต้องการทำเป็นขาขึ้นรอบใหม่ในรอบใหญ่ๆ ต้องเบรคกรอบ Down Trend Line ขึ้นไปและ "ยืนให้ได้" (เกิด Throwback กลับมาทดสอบแล้วไม่หลุดลงไปในกรอบเดิม)
ปริมาณการซื้อขาย
- N/A
ภาพที่ 3: กราฟ SET รายวัน
ในกราฟรายวัน แนวโน้มชัดเจน คือ ขาขึ้นใน Time Frame นี้...มีข้อสังเกตอันหนึ่งที่น่าสนใจ...Momentum Up Trend Line ของแนวโน้มในกราฟรายวันมีอาการ "ลดลง" เรื่อยๆ จากการที่หลุด Up Trend Line ลงมาและไม่สามารถ "กลับไปยืน" ได้ทั้ง 2 Up Trend Line...แนวราคาที่น่าสนใจ คือ 1400+- ซึ่งเป็นแนวรับที่แข็งแรงจากปัจจัยของปริมาณการซื้อขาย
ปริมาณการซื้อขาย
ที่แนวราคา 1400+- เป็นจุดที่เกิดแท่งเทียนกลับตัว + ปริมาณการซื้อขายที่มากเป็นพิเศษ จนกราฟรายวันเกิดการกลับตัวหลังจากหลุด Up Trend Line แรกลงมา...แต่ไม่สามารถกลับไปยืนที่ Up Trend Line เดิมได้ จนหลุดมาที่ Up Trend Line ที่สอง และที่สามในที่สุด...ตอนนี้ยืนเหนือ Up Trend Line ที่สามได้...ไม่ควรหลุด Up Trend Line ที่สามลงมา เพราะการกลับตัวขึ้นไปทั้งหมดจะเป็นแค่ "Pull Back กลับมาทดสอบแนวต้านทันที"
ภาพที่ 4: กราฟ SET ราย 120 นาที
หลังจากที่โดยขายไล่ลงมา ตอนนี้กราฟ SET ดีดตัวแรงกลับมาจนทะลุแนว 38.2% FIBONACCI retracement มาได้ ตอนนี้จาก Up Momentum ใน TF Day ส่งผลให้กราฟ SET วิ่งไปทดสอบแนว 50% FIBONACCI retracement ต่อไป...แต่เราควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหากไม่สามารถยืนเหนือแนวดีดตัวกลับ นั่นหมายถึง SET หมดแรงที่จะไปต่อ...กราฟก็จะถูกขายใส่อีกครั้งและลงมาสอบแนวรับที่พึ่งฝ่าแนวต้านมา
ปริมาณการซื้อขาย
- N/A
ภาพที่ 5: กราฟ SET ราย 30 นาที + Directional Pattern
ราคา
ราคาขึ้นมาจาก Reversal Direction Pattern (H&S) ซึ่งจุดนี่ทางเทคนิคจึงเกิดแรงซื้อกลับ หลังจากที่กราฟตกลงมาหลายวัน
ปริมาณการซื้อขาย
- N/A
ภาพที่ 6: กราฟ SET ราย 30 นาที + FIBONACCI Projection
หลังจากที่กราฟขึ้นมา...ตอนนี้กราฟเข้าใกล้จุด Take Profit 161.8% ของ FIBONACCI Projection (A-B-C swing)...แล้วแนว TP นี้เป็นแนวเดียวกันครับ FIBONACCI 50% Retracement จากแนวโน้มขาลงก่อนหน้า...จุดนี้คือ จุดดัก Short ของคนที่มองว่ากราฟ "จะลง" บวกกับ เป็นจุดที่คนซื้อมาจากข้างล่าง "พร้อมที่จะทำกำไร"...ถือว่าเป็นจุดเฝ้าระวังการกลับตัวของ SET ได้
ปริมาณการซื้อขาย
- N/A
ภาพที่ 7: กราฟ SET ราย 1 นาที + FIBONACCI Projection + Up Channel
ราคาสามารถปรับตัวลงได้เมื่อชนกรอบบนของ Up Channel และยังมีโอกาสเป็นจุดมุ่งหวังทำกำไรของ FIBONACCI Projection ที่แนว 161.8%...ดังนั้นหากมีการพักตัวลงมา แล้วราคายังวิ่งอยู่ในกรอบ ก็สามารถจะขึ้นไปทดสอบแนวต้านต่อไปได้
ปริมาณการซื้อขาย
- วันที่ 16/09/2016 มีปริมาณการซื้อขายเข้ามามากกว่าปกติ จากข่าว FTSE เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาด SET บ้านเรา
2. ปัจจัยทางข่าว
ภาพที่ 8: ข่าวที่มีผลกระทบกับตลาด SET บ้านเรา
ความกังวลต่อตลาด SET บ้านเรายังคงมีอยู่...แม้ว่า FTSE จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นบ้านเรา แต่ความกังวลในการที่ FED จะขึ้น-คงดอกเบี้ย ก็ยังเป็นประเด็นสำคัญสำหรับตลาดบ้านเราอย่างมาก (เล่นได้ทุกเดือน)...รอบนี้ยังมี BOJ อีกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายอื่นๆอีกหรือไม่
3. ปัจจัยทาง Fundflow
ภาพที่ 9: ปริมาณการซื้อขายสุทธิแบ่งตามกลุ่มนักลงทุน
อีกใจความหนึ่ง คือ การที่นักลงทุนต่างชาติซึ่งมีจำนวนหุ้นที่ถือครองมากมายขนาดนี้ การที่เข้าจะสามารถ "ระบายหุ้นออก"...สภาพคล่องในช่วงเวลานั้น ต้องมี "มากพอสมควร"...ตรงนี้ให้สังเกตว่า ช่วงนั้นปริมาณซื้อขาย คึกคัก เป็นช่วงที่ควรลงทุนหรือเทรดอย่างระมัดระวังที่สุด
กลยุทธ์ในการลงทุนช่วงนี้
1. สามารถลงทุนหรือเทรดได้ เนื่องจากสภาพคล่องมีมาก...แต่ต้องมี Stop Loss เมื่อผิดทางทุกครั้ง
2. การถือหุ้นเพื่อรันเทรนด์มีโอกาสเกิดขึ้นยาก การลงทุนหรือเทรดด้วย มุมมองการเกร็งกำไรเป็นอะไรที่น่าสนใจกว่า
3. สำหรับหุ้นที่อยู่ในพอร์ต หากสามารถลดพอร์ตออกมาได้ ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ และแบ่งเงินเพื่อเทรดระยะสั้นจะปลอดภัยที่สุด
4. ลงทุนในหุ้นแนวโน้มขาขึ้นเท่านั้น...หากหุ้นเป็นขาลง วันที่ตลาดแดงมันจะลงแรงกว่าเพื่อน ตรงนี้สามารถปรับเป็น Short/Put Strategy ได้เช่นกัน
ในมุมมองผม เรายังสามารถเทรดได้ทุกวันครับ แต่การถือเพื่อสะสมหุ้นคาดหวังกำไรคำโต...ตอนนี้สำหรับผมแค่แนวคิดนี้ คือ ความเสี่ยงสำหรับพอร์ตการลงทุนของผม...หรือถ้าจะทำแบบนั้นหุ้นดังกล่าวต้องเป็นแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน หุ้นที่มวลชนรวมกันซื้อ หรือวัดกันที่วันตลาดแดง หุ้นตัวนั้นไม่หลุดจากแนวโน้มที่แข็งแรง แบบนี้น่าสนใจครับ...แต่ให้ปลอดภัยการเทรดระยะสั้นสร้างความปลอดภัยให้มากกว่าครับ...ส่วนตัวตอนนี้ผมเทรด Set50 Future เป็นหลัก โดยที่สามารถวาง Position ได้ทั้ง Long ขึ้น หรือ Short ลง ตรงนี้เพื่อนๆสามารถปรับแต่งสินค้านี้ เพื่อช่วยเพิ่มกำไรให้พอร์ตหรือลดความเสี่ยงเวลาตลาดเป็นขาลงได้ครับ
หวังว่าทุกท่านจะได้ประโยชน์จากข้อมูลที่ผมรวบรวมมาให้ครับ...ปัจจัยเรื่องน้ำมัน ก็มีผลนะครับ สามารถหากราฟราคาน้ำมันเพื่อวิเคราะห์ต่อได้ เพราะ PTT, PTTEP แค่ 2 ตัวก็สามารถ พา SET ขึ้นลงได้แล้วครับ
สู้กันต่อทุกท่าน
แวน ^_^V








